งานท่องเที่ยวในญี่ปุ่นที่ผู้ประกอบการไทยควรเข้าร่วม
เลือกงานท่องเที่ยวในญี่ปุ่นโดยดูจากประเภทผู้เข้าชมและเป้าหมายธุรกิจ เตรียมบูธให้ตรงกลุ่ม ใช้แอปสแกนนามบัตรและ OCR นามบัตรเพื่อเก็บนามบัตรดิจิทัล และติดตามลูกค้าภายใน 48-72 ชั่วโมง
คุณเป็นผู้ประกอบการไทยที่ขายทัวร์ โรงแรม อาหารไทย หรือบริการที่ต้องใช้ลูกค้านักท่องเที่ยวจากญี่ปุ่นใช่ไหม นี่คือรายการประเภทงานท่องเที่ยวในญี่ปุ่นและแนวทางปฏิบัติที่ช่วยให้คุณเลือกงานที่คุ้มค่า เตรียมบูธ มีเครือข่ายธุรกิจ และแปลงนามบัตรให้เป็นลูกค้าที่จ่ายเงินจริงได้
ประเภทงานท่องเที่ยวที่ควรพิจารณา
ไม่ใช่ทุกงานแสดงสินค้าจะเหมาะกับธุรกิจของคุณ เลือกตามเป้าหมายขายและรูปแบบลูกค้าที่ต้องการพบ
- งาน B2B สำหรับผู้ประกอบการท่องเที่ยว: เหมาะเมื่อคุณต้องการเจรจาธุรกิจกับทัวร์โอเปอเรเตอร์ โรงแรม หรือเอเยนต์ในญี่ปุ่น เหตุผลที่ต้องเข้าคือการหาเป็นพาร์ตเนอร์ระยะยาว ไม่ใช่การขายปลีก
- งานสำหรับผู้บริโภคทั่วไป: งานที่เปิดให้ประชาชนเข้าชม เหมาะกับการขายทัวร์สำเร็จรูป ตั๋วหรือผลิตภัณฑ์ที่จับจ่ายได้ทันที แต่ควรเตรียมโปรโมชั่นที่เข้าใจง่าย
- งาน MICE และสัมมนาองค์กร: ถ้าคุณอยากเสนอสถานที่จัดงานหรือบริการสำหรับการประชุม งานเหล่านี้รวบรวมเอเยนต์จัดงานและเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อ
- งานเทคโนโลยีการท่องเที่ยว: เหมาะสำหรับผู้พัฒนาแพลตฟอร์มจอง ตั๋ว หรือระบบจัดการลูกค้า งานลักษณะนี้ช่วยจับคู่กับพันธมิตรด้านเทคโนโลยี
- งานจังหวัดหรือธีมท้องถิ่น: งานที่โปรโมทจังหวัดหรือแหล่งท่องเที่ยวหนึ่ง เหมาะเมื่อสินค้าหรือเส้นทางของคุณเป็นเรื่องท้องถิ่น เช่น ทัวร์เชิงเกษตร อาหาร หรือวัฒนธรรม
วิธีเลือกงานที่คุ้มค่า
- อ่านโปรไฟล์ผู้เข้าชม, ขอรายชื่อผู้เข้าร่วมหรือสถิติผู้เยี่ยมชมจากผู้จัด ดูว่าเป็นนักท่องเที่ยวทั่วไป หรือผู้ซื้อเชิงธุรกิจ ถ้าเป้าคุณคือการทำ B2B อย่าเสียงบในงานที่เน้นผู้บริโภค
- ดูรายชื่อผู้จัดแสดงและสปอนเซอร์, ถ้ามี OTA หรือทัวร์โอเปอเรเตอร์ที่คุณต้องการติดต่อ นั่นเป็นสัญญาณบวก
- พิจารณาต้นทุนทั้งหมด, รวมค่าเช่าบูธ ค่าส่งตัวอย่าง ค่าพนักงานแปล และค่าเดินทาง เทียบกับมูลค่าลูกค้าที่คาดหวังให้ชัด
- ประเมินตำแหน่งบูธและเวลา, บูธใกล้ทางเข้า ห้องสัมมนา หรือพื้นที่เชื่อมต่อเครือข่ายจะดึงคนได้มากกว่า แต่มีราคาแพงกว่า
- สอบถามบริการผู้จัด, เช่น การช่วยประชาสัมพันธ์ รายงานผู้เข้าชม หรือระบบนัดหมาย B2B ที่ช่วยให้คุณเจอเป้าหมายได้ตรงขึ้น
การเตรียมบูธและวัสดุที่ต้องมี
การเตรียมงานแสดงสินค้า ที่ดีเริ่มจากรายละเอียดเล็กๆ นี่คือรายการที่มักถูกมองข้ามแต่สร้างความต่างได้จริง
- ข้อมูลภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่น, โบรชัวร์และข้อมูลสินค้า ควรสั้น ชัด และมีราคาหรือช่วงราคาเป็นแนวทาง
- ทีมงานที่พูดญี่ปุ่นได้หรือมีล่าม, การสื่อสารแบบเรียลไทม์ช่วยปิดการขายได้เร็วขึ้น
- ตัวอย่างหรือภาพสื่อสารประสบการณ์, ภาพที่อธิบายเส้นทาง รูปที่พัก หรือวิดีโอสั้นไฮไลต์ประสบการณ์
- ระบบชำระเงินและการรับคำสั่งซื้อ, ถ้าตั้งใจขายหน้างาน ควรเตรียมวิธีรับบัตรเครดิตหรือช่องทางชำระที่ญี่ปุ่นยอมรับ
- ป้ายราคาและโปรโมชั่น, โปรโมชันงานและข้อเสนอเฉพาะผู้เข้าชมจะกระตุ้นการตัดสินใจ
วิธีจัดการนามบัตรและการติดตามลูกค้าหลังงาน
หนึ่งในทรัพย์สินสำคัญของงานแสดงสินค้า คือฐานนามบัตร แต่การมีนามบัตรกองพะเนินไม่ใช่จุดจบ นี่คือกระบวนการที่ควรทำ
- สแกนนามบัตรทันที, ใช้ Boxcard หรือ Business Card Scanner หรือแอปสแกนนามบัตร ที่รองรับ OCR นามบัตร เพื่อเก็บข้อมูลไว้อย่างเป็นระบบ แนะนำให้สแกนที่บูธถ้ามีสัญญาณอินเทอร์เน็ต
- บันทึกบริบท, ขณะสแกนให้เพิ่มโน้ตว่าเขาสนใจอะไร ระดับการตัดสินใจ หรือวันที่นัดพูดคุย ซึ่งช่วยให้การติดตามลูกค้ามีความหมายมากขึ้น
- ส่งออก vCard และนำเข้า CRM, ฟังก์ชันส่งออก vCard ช่วยให้คุณนำรายชื่อเข้าสู่ระบบ CRM ได้ทันที สำหรับทีมขายที่ทำงานต่อ
- จัดกลุ่มและแท็ก, แยกเป็นกลุ่มเช่น พาร์ตเนอร์, ลูกค้าที่ต้องการเสนอราคา, สื่อ หรือลูกค้าที่ต้องการทดลองใช้ เพื่อให้การติดตามมีลำดับความสำคัญ
- การติดตามหลังงานภายใน 48-72 ชั่วโมง, ส่งอีเมลขอบคุณ ไฟล์ข้อมูลเพิ่มเติม หรือข้อเสนอพิเศษ การติดตามที่เร็วและมีเนื้อหาชัดเจนทำให้โอกาสปิดการขายสูงขึ้น
ตัวอย่างข้อความติดตามหลังงานที่ใช้ได้จริง
- ขอบคุณที่แวะบูธของเรา ขอแนบแผ่นข้อมูลและราคาเบื้องต้น หากสะดวกผม/ฉันขอนัดประชุมสั้น 20 นาทีในสัปดาห์หน้า
- ยินดีส่งข้อเสนอพิเศษที่พูดคุยกันหน้างาน โปรดแจ้งวันที่ต้องการเดินทางและงบประมาณคร่าวๆ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เก็บนามบัตรไว้ไม่เป็นระบบ จนลืมติดต่อหรือสูญเสียข้อมูลสำคัญ
- ไม่กำหนดเป้าหมายชัดเจนไปงานทุกงานโดยหวังจะได้ลูกค้าทั้งหมด ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายสูงแต่ผลลัพธ์ต่ำ
- ทีมขายไม่รู้วิธีใช้งานแอปจัดการนามบัตร หรือ Business Card Scanner ทำให้ข้อมูลขาดความสม่ำเสมอ
การเลือกงานแสดงสินค้าในญี่ปุ่นที่เหมาะกับธุรกิจของคุณต้องเริ่มจากการตั้งเป้าหมายชัดเจน รู้ว่าคุณกำลังมองหาใคร และเตรียมระบบจัดการนามบัตร รวมทั้งการติดตามลูกค้า อย่างเป็นขั้นตอน ใช้เทคโนโลยีเช่น แอปสแกนนามบัตร และ OCR นามบัตร เพื่อเปลี่ยนกองนามบัตรเป็นลูกค้าที่แท้จริง
ถ้าคุณยังไม่แน่ใจ เริ่มจากการสอบถามโปรไฟล์ผู้เข้าชมกับผู้จัดงาน และวางแผนการเตรียมงานแสดงสินค้า แบบเฉพาะเจาะจงสำหรับเป้าหมายของคุณ จากนั้นทดลองใช้กระบวนการสแกน เก็บนามบัตรดิจิทัล และส่งออก vCard หนึ่งงานเป็นการทดสอบ แล้วประเมินผลก่อนลงทุนงานใหญ่ครั้งต่อไป