รวมงาน Tourism Exhibition ในญี่ปุ่นสำหรับบริษัทท่องเที่ยวไทย
ถ้าคุณจะไปร่วมงานแสดงสินค้าในญี่ปุ่น อย่าให้ลีดที่ได้กลายเป็นกองนามบัตรที่ลืมไว้ บทความนี้ให้แนวทางเลือกรูปแบบงาน เช็คลิสต์เตรียมบูธ และวิธีจัดการนามบัตรจนถึงการติดตามหลังงานจริงจัง
บริษัทท่องเที่ยวไทยที่กำลังพิจารณาร่วมงานแสดงสินค้าท่องเที่ยวในญี่ปุ่น มักเจอคำถามเดียวกัน: ควรเลือกงานไหน เตรียมอะไร และจะเก็บผลกลับมาให้คุ้มค่าจริงหรือไม่ บทความนี้ช่วยตัดสินใจได้รวดเร็ว โดยให้หลักเลือกงานที่ลงตัวกับเป้าหมาย พร้อมเช็คลิสต์การเตรียมงานจริงจังตั้งแต่บูธจนถึงการติดตามหลังงาน
เลือกรูปแบบงานให้สอดคล้องกับเป้าหมาย
ก่อนลงทะเบียน ให้ตอบคำถามสามข้อ: เป้าหมายของเราเป็นลูกค้าปลายทางหรือพาร์ทเนอร์ธุรกิจ, งบประมาณสำหรับบูธและการเดินทางมีเท่าไร, ต้องการนัดเจอลูกค้าที่มีคุณภาพหรือเน้นการรับรู้แบรนด์
- งานสำหรับ B2B, เช่น งานประชุมนักเดินทางและตัวแทนท่องเที่ยว เหมาะถ้าต้องการเซ็นพาร์ทเนอร์หรือทำ MICE
- งานสำหรับผู้บริโภคทั่วไป เหมาะถ้าต้องการขายแพ็กเกจหรือรับสมัครลูกค้าทันที
- งานท้องถิ่นเชิงภูมิภาค เหมาะเมื่อต้องการเจาะตลาดจังหวัดหรือเขตที่ชัดเจน
ถ้าเป้าหมายเป็นการขยายเครือข่ายธุรกิจ ให้เน้นงานที่มีผู้เข้าร่วมจากตัวแทนท่องเที่ยว โรงแรม และสายการบินมากกว่า หากต้องการลูกค้าที่จองจริง ให้เลือกงานที่เป็น consumer fair
ปัจจัยสำคัญในการพิจารณางานแสดงสินค้า
- คุณภาพผู้เข้าชม: ตรวจสอบว่าเข้าร่วมด้วยผู้ประกอบการหรือผู้บริโภคประเภทไหน
- ค่าใช้จ่ายเทียบผลลัพธ์: ค่าบูธ ค่าเดินทาง ค่าส่งอุปกรณ์ และค่าแปลภาษา เทียบกับจำนวนเป้าหมายที่คาดว่าจะได้
- กฎข้อบังคับการนำสื่อเข้าออก: ญี่ปุ่นมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการนำสื่อส่งเสริมการขาย ตรวจสอบล่วงหน้า
- ภาษาและเจ้าหน้าที่: คำนึงถึงการใช้ล่ามหรือเจ้าหน้าที่ที่พูดภาษาญี่ปุ่นได้
- ระยะเวลาและช่วงฤดูกาล: ช่วง High season ของญี่ปุ่นหรือเทศกาลท้องถิ่นจะกระทบการตอบรับ
เช็คลิสต์การเตรียมบูธและสื่อ
- ออกแบบบูธให้ชัดเจน: สื่อสารจุดขายของโปรแกรมท่องเที่ยวแบบชัด เช่น ทัวร์ไทยเฉพาะกลุ่ม หรือแพ็กเกจสำหรับครอบครัว
- เอกสารสองภาษา: โบรชัวร์ และใบเสนอราคาที่อ่านง่ายทั้งญี่ปุ่นและอังกฤษ
- ตัวอย่างสินค้าหรือภาพถ่ายคุณภาพสูง: ภาพที่แสดงประสบการณ์จริง เช่น กิจกรรมท้องถิ่น
- ระบบนัดหมายบนบูธ: มีช่องทางจองเวลาพูดคุยล่วงหน้า เพื่อให้การเจรจามีคุณภาพ
- อุปกรณ์สำหรับสแกนนามบัตร: เตรียมแท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟนพร้อมแอปสแกนนามบัตร เพื่อเก็บ contact นำไปจัดการต่อ
การจัดการนามบัตรและคอนแทคระหว่างงาน
จำนวนบัตรที่ได้จากงานมักมากและยากจะจัดการด้วยมือเปล่า แนะนำแนวทางปฏิบัติที่ใช้งานได้จริง:
- สแกนนามบัตรทันทีที่รับมา โดยใช้สแกนนามบัตร หรือ Business Card Scanner ที่คุณคุ้นเคย เพื่อลดความเสี่ยงสูญหาย
- เลือกแอปจัดการนามบัตร ที่รองรับ OCR นามบัตร เพื่อแปลงข้อมูลเป็นข้อความและช่วยจัดหมวดหมู่
- เก็บนามบัตรดิจิทัล ในรูปแบบที่สามารถ ส่งออก vCard เพื่ออัพโหลดเข้าระบบ CRM หรือแชร์กับทีมขาย
- ตั้งหมวดหมู่คอนแทคตามความสำคัญ: พาร์ทเนอร์, ลูกค้าที่มีแนวโน้มจอง, สื่อ, และอื่นๆ
ตัวอย่างเครื่องมือ: หากคุณใช้ Boxcard สามารถใช้ฟังก์ชันสแกนนามบัตร และเก็บนามบัตรดิจิทัล เพื่อจัดการคอนแทค อย่างเป็นระบบ และส่งออก vCard ให้กับทีมขายหลังงาน
วิธีการติดตามหลังงานที่ให้ผลจริง
- แยกผู้ติดต่อทันที: ใช้ระบบที่ทำให้การค้นหาข้อมูลลูกค้าเป็นเรื่องง่าย เพื่อกำหนดลำดับการติดตาม
- ส่งข้อความภายใน 48 ชั่วโมง: ข้อความควรเป็นส่วนตัว อ้างถึงการคุยเรื่องใด และเสนอขั้นตอนถัดไป เช่น นัดสายวิดีโอหรือข้อเสนอพิเศษ
- ใช้การติดตามแบบหลายช่องทาง: อีเมล พร้อมข้อความสั้น หากเป็นลูกค้าที่สนใจจริง ให้โทรศัพท์ติดตาม
- วัดผลด้วยตัวเลข: จำนวน leads ที่ qualified, อัตราการตอบกลับ, จำนวนการจองที่เกิดจากงาน เหล่านี้จะบอกว่าแต่ละงานคุ้มค่าหรือไม่
การติดตามหลังงาน หรือ การติดตามลูกค้า เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด ถ้าขาดขั้นตอนนี้ โอกาสจากงานทั้งหมดจะหายไป
ข้อผิดพลาดที่เห็นบ่อยและวิธีหลีกเลี่ยง
- ไม่สแกนนามบัตรทันที ทำให้ข้อมูลสูญหาย แก้โดยมี Business Card Scanner พร้อมใช้งาน
- ส่งข้อความติดตามเป็นก้อนใหญ่โดยไม่ปรับแต่ง ลดโอกาสตอบกลับ ควรทำข้อความส่วนตัวตามความสนใจ
- ไม่กำหนดเป้าหมายชัดเจน ทำให้ประเมินผลไม่ได้ กำหนด KPI ก่อนออกเดินทาง
- พึ่งพานามบัตรกระดาษเท่านั้น ควรสร้างนามบัตรดิจิทัลหรือวิธีแชร์คอนแทคทันที
ตัดสินใจว่าจะไปร่วมหรือไม่: กฎการตัดสินใจอย่างง่าย
- เปรียบเทียบผู้เข้าร่วมกับโปรไฟล์ลูกค้าที่ต้องการ หากตรงมากกว่า 60% ให้พิจารณา
- คำนวณค่าใช้จ่ายต่อโอกาส: ถ้าค่าใช้จ่ายต่อลีดที่มีคุณภาพต่ำกว่าการหาลูกค้าทางช่องทางอื่น ให้เลือกไปร่วม
- พิจารณาแผนการติดตามหลังงาน: ถ้าไม่มีทรัพยากรติดตาม งานนั้นมีโอกาสคืนทุนต่ำ
การลงทุนในงานแสดงสินค้าไม่ได้จบที่วันสุดท้ายของงาน แต่นับผลเมื่อการติดตามเปลี่ยนลีดเป็นลูกค้าจริง
สำหรับบริษัทท่องเที่ยวไทย การเตรียมงานแสดงสินค้าในญี่ปุ่นหมายถึงการเตรียมทั้งหน้าบูธและระบบหลังบ้าน การใช้แอปสแกนนามบัตร และแอปจัดการนามบัตร เช่น Boxcard จะช่วยให้การจัดการคอนแทค ง่ายขึ้น และลดเวลาที่ทีมต้องใช้กับงานเอกสาร
ถ้าคุณกำลังจะเลือกงานในปีหน้า ให้ทำสองขั้นตอนนี้ก่อนตัดสินใจ: 1) ตรวจสอบโปรไฟล์ผู้เข้าร่วมของงาน 2) วางระบบการจัดการนามบัตรและการติดตามลูกค้าล่วงหน้า ถ้าทำสองอย่างนี้ได้ งานที่คุณไปร่วมจะให้ผลลัพธ์มากกว่าค่าใช้จ่าย